- ใช้ในการวางแผนโครงการใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อนส่วน CPM ใช้ในการวางแผนโครงการที่เคยทำมาแล้ว
- ต้องใช้ทฤษฎีความน่าจะเป็นในการคำนวณเวลาส่วน CPM อาศัยสถิติเดิมของงานชนิดเดียวกัน
วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553
ทำไม pert จึงดีกว่าวิธี cpm และดีกว่าในประเด็นใด
ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่า จะต้องเร่งงาน และการเร่งงานที่ดีควรจะทำอย่างไร ทั้งนี้ลองยกตัวอย่างประกอบการเร่งด้านพัฒนาระบบสารสนเทศ
ในกรณีที่ต้องการให้โครงการให้เสร็จเร็วขึ้นกว่าที่คาดหมายหรืออาจทำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากการทำโครงการล่าช้ากว่าที่กำหนด เช่น ถูกปรับ หรือเพื่อประโยชน์ในการลดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินการ
การเขียนโครงการส่วนประกอบที่สำคัญและที่คิดว่าจะทำให้เราได้รับการอนุมัติให้จัดทำโครงการน่าจะเป็นส่วนไหน
เหตุผลของโครงการ
แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นหรือความสำคัญ หรือภูมิหลังในการจัดทำโครงการ ซึ่งผู้เสนอโครงการจะต้องระบุถึงเหตุผลและข้อมูล หรือทฤษฎีต่าง ๆ มาสนับสนุนโครงการให้ปรากฎโดยชัดเจนอย่างสมเหตุสมผล เพื่อให้ผู้อำนุมัติโครงการให้การสนับสนุนและอนุมัติให้โครงการที่นำเสนอ
ความน่าจะเป็นของโครงการ
ผังข่ายงานมี 2 ประเภท คือ AOA และ AON มีประโยชน์อย่างไรบ้าง และ ประเภทใดที่ท่านคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ที่สุด เพราะอะไร
- เพื่อแสดงกิจกรรมต่างๆของโครงการ ทำให้ทราบว่าจะต้องดำเนินกิจกรรมใดให้เสร็จสิ้นก่อนกิจกรรมถัดไป และทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- AON จะมีประโยชน์กว่าคือจะช่วยให้การเขียนสะดวกขึ้นโดยการเขียนกิจกรรมลงใน Node เลยโดยที่ใช้สัญลักษณ์เป็นกล่องสี่เหลี่ยมแทน และเชื่อมโยงกิจกรรมด้วยลูกศรอีกทีหนึ่ง ข้อด้อยของการเขียนโครงข่ายแบบ AOA ที่สำคัญอย่างหนึ่งคือหลายครั้ง ที่จำเป็นต้องอาศัยกิจกรรม Dummy Activity เข้าช่วยทำให้เขียนไม่สะดวก สับสน นอกจากนี้จะมีลูกศรและ Node มากเกินไปในโครงการขนาดใหญ่
ทำไม่เราจะต้องหาค่าความน่าจะเป็นของโครงการที่จะแล้วเสร็จ มีประโยชน์อย่างไรต่อการบริหารโครงการระบบสารสนเทศ
เพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับโครงการและวางแผนที่จะรับมือกับความเสี่ยยงนั้น มีประโยชน์อย่างมากในการบริหารโครงการระบบสารสนเทศเพราะระบบสารสนเทศที่ตัวแปรต่างๆมากมายที่เราไม่อาจกำหนดได้ เช่น ปริมาณความคับคั่งของสัญญาณบนเครือข่ายทำให้เสียเวลาในการจัดเก็บข้อมูลเป็นต้น จากตัวอย่างดังกล่าวเราจึงต้องหาความน่าจะเป็นเพื่อประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้น
-เส้นทางวิกฤติ Critical Path มีประโยชน์อย่างไรในการบริหารโครงการ ถ้าหากมีเส้นทางวิกฤตหลายๆ เส้นเราจะทำอย่างไร
- จะทำให้ทราบถึงเวลาแล้วเสร็จของโครงการว่าเป็นเท่าใด หลังจากที่ได้มีการแยกกิจกรรมย่อยแล้วและแสดงว่ากิจกรรมใดบ้างที่อยู่ในวิถีวิกฤต ซึ่งจะทำไปสู่การวางแผนตัดสินใจเพื่อควบคุมโครงการ หรือเร่งรัดโครงการต่อไป
- ถ้ามีเส้นทางวิกฤตหลายเส้นควรเลือกเส้นที่มีกิจกรรมย่อยที่ง่ายและเสียค่าใช้จ่ายในการทำน้อยที่สุด
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ให้ท่านตั้งคำถามเกี่ยวกับการบริหารโครงการใดโครงการหนึ่งให้ประสบความสำเร็จ พร้อมตัวอย่าง
มีแนวคิดวิเคราะห์ถึงรูปแบบของโครงการอย่างไร
เช่น ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นหรือมีความต้องการที่จะทำโครงการสักหนึ่งโครงการ อันดับแรกที่นักบริหารโครงการที่ดีจะต้องคิดคือการวิเคราะห์รูปแบบของโครงการ เช่น โครงการนี้อาจเป็นการพัฒนาระบบเดิมที่มีอยู่หรือเริ่มสร้างระบบใหม่ จะพัฒนาระบบเองหรือจ้างบริษัทพัฒนาระบบ เป็นต้นซึ่งเรื่องพวกนี้สอนกันไม่เข้าใจอย่างชัดเจนน่าจะต้องใช้ประสบการณ์ในการเก็บเกี่ยวแนวความคิดเป็นอย่างมากถึงจะสามารถวิเคราะห์ออกมาได้
เช่น ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นหรือมีความต้องการที่จะทำโครงการสักหนึ่งโครงการ อันดับแรกที่นักบริหารโครงการที่ดีจะต้องคิดคือการวิเคราะห์รูปแบบของโครงการ เช่น โครงการนี้อาจเป็นการพัฒนาระบบเดิมที่มีอยู่หรือเริ่มสร้างระบบใหม่ จะพัฒนาระบบเองหรือจ้างบริษัทพัฒนาระบบ เป็นต้นซึ่งเรื่องพวกนี้สอนกันไม่เข้าใจอย่างชัดเจนน่าจะต้องใช้ประสบการณ์ในการเก็บเกี่ยวแนวความคิดเป็นอย่างมากถึงจะสามารถวิเคราะห์ออกมาได้
ถ้าหากว่าผลการประเมินโครงการออกมาแล้วไม่ดี โครงการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ท่านจะทำอย่างไร
- นำข้อมูลที่ได้จากการประเมินมาใช้ปรับปรุงโครงการตามสภาพการที่เปลี่ยนแปลงไป
- ผลักดันให้การดำเนินงานต่อไปเป็นไปตามแผนให้ได้มากที่สุด
- ผลักดันให้การดำเนินงานต่อไปเป็นไปตามแผนให้ได้มากที่สุด
การประเมินผลโครงการด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ จะประเมินผลโครงการอย่างไร
กำหนดวัตถุประสงค์สำหรับการประเมินผล
- ระบบสามารถทำงานได้จริง
- ระบบสามารถทำงานได้ด้วยความเสถียร
- ระบบสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ครบถ้วน
เกณฑ์มาตรฐานสำหรับวัดความสำเร็จ
- ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นเนื่องจากการใช้ระบบ
- จำนวนแบนวิธที่สามารถเข้า/ออกเครื่อง Server
- ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบ
ระดับความสำเร็จ
- เครื่อง Server ต้องสามารถรองรับ Load ได้โดยที่ไม่เกิด Server Down
- ผู้ใช้งานระบบมีความพึงพอใจ(เชิงคุณภาพ)
- ระยะเวลาที่ทำงานลดลง หรือจำนวนค่าใช้จ่ายที่ลดลง
- ระบบสามารถทำงานได้จริง
- ระบบสามารถทำงานได้ด้วยความเสถียร
- ระบบสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ครบถ้วน
เกณฑ์มาตรฐานสำหรับวัดความสำเร็จ
- ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นเนื่องจากการใช้ระบบ
- จำนวนแบนวิธที่สามารถเข้า/ออกเครื่อง Server
- ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบ
ระดับความสำเร็จ
- เครื่อง Server ต้องสามารถรองรับ Load ได้โดยที่ไม่เกิด Server Down
- ผู้ใช้งานระบบมีความพึงพอใจ(เชิงคุณภาพ)
- ระยะเวลาที่ทำงานลดลง หรือจำนวนค่าใช้จ่ายที่ลดลง
ทำไม่จะต้องมีการประเมินผลโครงการ
ใช้เพื่อพิจารณาผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดหรือไม่ หรือถ้าไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดแล้วจะได้ทราบว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553
Critical Path จากกรณีศึกษา

Critical Path
WBS 1.0(10)+WBS 7.1(10)+WBS 2.1(15)+WBS 2.2(40)+WBS 2.3(2)+WBS 2.4(13) +WBS 7.2(15)+WBS 7.3(5)+WBS 5.1(5)+WBS 5.2(5)+WBS 7.5(3)WBS 6.0(10) = 133
วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553
หัวข้อโครงการ
ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กรณีศึกษา ระบบลงทะเบียนวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี
1.1 ที่มาและความสำคัญของการวิจัย
สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยระบบฐานข้อมูลเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเพื่อให้การจัดการ การศึกษาสำเร็จไปได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ประหยัดแรงงาน และทรัพยากร สำหรับภาระงานที่ สำคัญของสถาบันการศึกษาได้แก่ งานหลักสูตรแผนการเรียน งานทะเบียน งานการเงิน งานวัดและประเมินผล และในปัจจุบันหน่วยงานดังกล่าวนิยมจัดเก็บข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แต่ส่วนมากจะเก็บเฉพาะภายในหน่วยงานหรือเฉพาะงานนั้น ๆ เป็นส่วน ๆ ไม่ได้เก็บภายใต้ระบบงานเดียวกัน ทำให้ข้อมูลมีการกระจัดกระจาย ไม่สะดวกต่อการสืบค้น และการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์อื่น ๆดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจวิเคราะห์และออกแบบระบบ สารสนเทศเพื่อการบริหารการลงทะเบียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในเรื่องการออกแบบการประมวลผล การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบฐานข้อมูลโดยเน้นให้ระบบฐานข้อมูลช่วยในการประมวลผลให้มากที่สุด มีโปรแกรมย่อยช่วยการประมวลผลที่เรียกว่า Store Procedure ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบฐานข้อมูล
1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.2.1 เพื่อวิเคราะห์และออกแบบระบบการลงทะเบียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การวิเคราะห์ โปรแกรมระบบฐานข้อมูล (DBMS) วิเคราะห์โครงสร้างฐานข้อมูลที่ดีและเหมาะสมในการออกแบบโปรแกรม
1.2.2 เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบ จะทำได้โดยประเมินจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี
และประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบสารสนเทศที่ได้พัฒนาขึ้น
1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.3.1 สามารถนำผลการวิจัยมาใช้ในการลงทะเบียนเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ประหยัดทั้งแรงงานและทรัพยากร
1.3.2 อาจารย์ นักวิชาการศึกษา และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องสามารถค้นหาข้อมูลที่จำเป็น ในการจัดการศึกษาได้จากฐานข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
1.3.3 สามารถนำข้อมูลจากระบบงานที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น ข้อมูลประวัตินักศึกษาข้อมูลหลักสูตร รายวิชาที่เปิดสอน
1.3.4 สามารถนำผลการวิจัยมาใช้เป็นระบบต้นแบบในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตต่อไป
1.4 ขอบเขตของการวิจัย
1.4.2 วิเคราะห์โครงสร้างฐานข้อมูลที่ดีเพื่อการออกแบบระบบ การจัดหมดหมู่ประเภทของข้อมูล
1.4.3 เขียนคำสั่งไว้ที่ตัวฐานข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล (Store Procedure)
1.4.4 นำผลการวิเคราะห์ระบบมาพัฒนาระบบให้บริการลงทะเบียนผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และระบบงานอื่นที่เกี่ยว ข้อง
1.4.5 ทดลองระบบ ในช่วงเวลาเร่งด่วนแนวทางในการแก้ไขปัญหา Time out หาปริมาณผู้ใช้ที่เหมาะสม
1.4.6 ปรับปรุงและออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพ
1.5 ขั้นตอนในการดำเนินงาน
1.5.1 ศึกษาความต้องการของผู้ใช้วิธีการและขั้นตอนต่าง ๆ ที่มีความสำคัญในการพัฒนาระบบ
- ขั้นตอนในการลงทะเบียนเรียน
- กฎระเบียบต่าง ๆ ในการลงทะเบียน
- หลักสูตรและวิชาที่เปิดสอน
- วิธีการตรวจสอบวิชาบังคับเรียนก่อน (Prerequisite)
1.5.2 วิเคราะห์ข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้น ที่เกี่ยวข้องกับระบบ
- เครื่องมือในการพัฒนาระบบที่ใช้อยู่
- ประสิทธิภาพของโปรแกรมระบบฐานข้อมูล (DBMS)
1.5.3 เลือกเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะใช้ในการพัฒนาระบบและทำการติดตั้ง
1.5.4 สร้างแบบจำลองลอจิคัล
1.5.5 สร้างระบบงาน
1.5.6 ทำการทดสอบระบบ
1.5.7 ให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้ระบบเพื่อประเมินประสิทธิภาพ
1.5.8 จัดทำเอกสารประกอบ
สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยระบบฐานข้อมูลเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเพื่อให้การจัดการ การศึกษาสำเร็จไปได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ประหยัดแรงงาน และทรัพยากร สำหรับภาระงานที่ สำคัญของสถาบันการศึกษาได้แก่ งานหลักสูตรแผนการเรียน งานทะเบียน งานการเงิน งานวัดและประเมินผล และในปัจจุบันหน่วยงานดังกล่าวนิยมจัดเก็บข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แต่ส่วนมากจะเก็บเฉพาะภายในหน่วยงานหรือเฉพาะงานนั้น ๆ เป็นส่วน ๆ ไม่ได้เก็บภายใต้ระบบงานเดียวกัน ทำให้ข้อมูลมีการกระจัดกระจาย ไม่สะดวกต่อการสืบค้น และการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์อื่น ๆดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจวิเคราะห์และออกแบบระบบ สารสนเทศเพื่อการบริหารการลงทะเบียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในเรื่องการออกแบบการประมวลผล การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบฐานข้อมูลโดยเน้นให้ระบบฐานข้อมูลช่วยในการประมวลผลให้มากที่สุด มีโปรแกรมย่อยช่วยการประมวลผลที่เรียกว่า Store Procedure ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบฐานข้อมูล
1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.2.1 เพื่อวิเคราะห์และออกแบบระบบการลงทะเบียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การวิเคราะห์ โปรแกรมระบบฐานข้อมูล (DBMS) วิเคราะห์โครงสร้างฐานข้อมูลที่ดีและเหมาะสมในการออกแบบโปรแกรม
1.2.2 เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบ จะทำได้โดยประเมินจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี
และประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบสารสนเทศที่ได้พัฒนาขึ้น
1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.3.1 สามารถนำผลการวิจัยมาใช้ในการลงทะเบียนเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ประหยัดทั้งแรงงานและทรัพยากร
1.3.2 อาจารย์ นักวิชาการศึกษา และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องสามารถค้นหาข้อมูลที่จำเป็น ในการจัดการศึกษาได้จากฐานข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
1.3.3 สามารถนำข้อมูลจากระบบงานที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น ข้อมูลประวัตินักศึกษาข้อมูลหลักสูตร รายวิชาที่เปิดสอน
1.3.4 สามารถนำผลการวิจัยมาใช้เป็นระบบต้นแบบในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตต่อไป
1.4 ขอบเขตของการวิจัย
1.4.2 วิเคราะห์โครงสร้างฐานข้อมูลที่ดีเพื่อการออกแบบระบบ การจัดหมดหมู่ประเภทของข้อมูล
1.4.3 เขียนคำสั่งไว้ที่ตัวฐานข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล (Store Procedure)
1.4.4 นำผลการวิเคราะห์ระบบมาพัฒนาระบบให้บริการลงทะเบียนผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และระบบงานอื่นที่เกี่ยว ข้อง
1.4.5 ทดลองระบบ ในช่วงเวลาเร่งด่วนแนวทางในการแก้ไขปัญหา Time out หาปริมาณผู้ใช้ที่เหมาะสม
1.4.6 ปรับปรุงและออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพ
1.5 ขั้นตอนในการดำเนินงาน
1.5.1 ศึกษาความต้องการของผู้ใช้วิธีการและขั้นตอนต่าง ๆ ที่มีความสำคัญในการพัฒนาระบบ
- ขั้นตอนในการลงทะเบียนเรียน
- กฎระเบียบต่าง ๆ ในการลงทะเบียน
- หลักสูตรและวิชาที่เปิดสอน
- วิธีการตรวจสอบวิชาบังคับเรียนก่อน (Prerequisite)
1.5.2 วิเคราะห์ข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้น ที่เกี่ยวข้องกับระบบ
- เครื่องมือในการพัฒนาระบบที่ใช้อยู่
- ประสิทธิภาพของโปรแกรมระบบฐานข้อมูล (DBMS)
1.5.3 เลือกเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะใช้ในการพัฒนาระบบและทำการติดตั้ง
1.5.4 สร้างแบบจำลองลอจิคัล
1.5.5 สร้างระบบงาน
1.5.6 ทำการทดสอบระบบ
1.5.7 ให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้ระบบเพื่อประเมินประสิทธิภาพ
1.5.8 จัดทำเอกสารประกอบ
วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553
ทำไมเราจะต้องบริหารโครงการ

ทำไมเราจะต้องบริหารโครงการ โครงการมีความสำคัญอย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการด้าน ICT เราให้ความสำคัญเพราะอะไร
โครงการเป็นส่วนของการปฏิบัติงานจริง ๆ ตามแผนที่ได้วางเอาไว้ดังนั้นการปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนที่ได้วางเอาไว้จะต้องการศัยการบริหารโครงการที่ดี
จากที่ได้กล่าวไปแล้ววว่าการทำงานจะต้องมีการวางแผนซึ่งอาจมาจากแผนระดับใหญ่เรื่อยลงมาจนกระทั่งถึงการทำโครงการตามแผนที่ได้วางเอาไว้ ซึ่งงานจะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการทำโครงการด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เกี่ยวกับ ICT ซึ่งเป็นงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานสาขาอื่น ๆ ได้แทบทั้งสิ้นเพราะไม่ว่าการทำงานในส่วนใดๆก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เทคโนโลยี ICT เข้ามาบริหารจัดการถึงจะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว




